บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ Question & Answer

คำถามเรื่องคุณภาพน้ำ: การตรวจคุณภาพน้ำ “ประจำวัน” โดยเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ทำได้ไหม?

รูปภาพ
การตรวจคุณภาพน้ำ “ประจำวัน” โดยเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ทำได้ไหม? ✅ ทำได้ ✅ มาตรฐานยอมรับ ⚠️ แต่ต้องทำ “ถูกวิธี” และ “รู้ขอบเขต” การตรวจประจำวัน ไม่ใช่การแทนที่ผล Lab แต่เป็น Routine Monitoring เพื่อควบคุมความเสถียรของระบบ 🧭 หลักการตามมาตรฐาน (Surveyor-Friendly) อ้างอิงแนวคิดจาก      ● AAMI ST108     ●  AAMI ST79           ✔️ Lab test = Verification (ปีละครั้ง)           ✔️ หน้างาน = Monitoring (ประจำวัน / สัปดาห์) 🔬 สิ่งที่ “เจ้าหน้าที่ตรวจเองได้” (Daily / Routine) 1️⃣ Conductivity / TDS ✅ หัวใจของการตรวจประจำวัน ตรวจได้อย่างไร     ●  ใช้ TDS Meter / Conductivity Meter แบบพกพา     ●  วัดที่จุดใช้งานจริง RO outlet     ●  Final rinse line     ●  Feed water เข้าเครื่องนึ่ง ความถี่      ✔️ ทุกวัน      ✔️ ทุกกะ (ถ้าเป็น รพ.ใหญ่) หลักฐานที่ได้     ●  ตัวเลขชัด     ●  ทำ Trend ได้  ...

คำถามเรื่องคุณภาพน้ำ: ต้องตรวจคุณภาพน้ำ อย่างน้อยปีละกี่ครั้ง และ ต้องตรวจอะไรบ้าง?

รูปภาพ
ต้องตรวจคุณภาพน้ำ อย่างน้อยปีละกี่ครั้ง และ ต้องตรวจอะไรบ้าง? ✅ คำตอบสั้น (Executive Answer) ต้องตรวจอย่างน้อย “ปีละ 1 ครั้ง” และ ต้องตรวจ “ตามระดับน้ำ + จุดใช้งาน” โดยอ้างอิง AAMI ST108 , AAMI ST79 , และ ISO 17665 ⚠️ แต่ในทางปฏิบัติที่ “ปลอดภัยต่อ Audit” ควรตรวจมากกว่าปีละครั้งในบางพารามิเตอร์ 🧭 หลักคิดสำคัญ (Surveyor จะดูตรงนี้) ไม่ใช่แค่ “ตรวจปีละครั้ง” แต่ต้องแสดงว่า “ควบคุมคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง” 📊 ความถี่การตรวจคุณภาพน้ำ (แนะนำตามมาตรฐาน) 🔬 ต้องตรวจ “อะไรบ้าง” (แบ่งตามการใช้งาน) 🚿 1) น้ำสำหรับล้างเครื่องมือแพทย์ พารามิเตอร์หลัก      ● pH     ● Total Hardness     ● Chloride     ● Iron     ● Manganese     ● Total Dissolved Solids (TDS)     ● Turbidity 📌 ใช้กับ:     ● Manual cleaning     ● Washer-disinfector     ● Final rinse (ต้องระดับ RO / Purified) 💧 2) น้ำ RO / Purified Water (Final Rinse) พารามิเตอร์ที่ “ต้องมี”   ...

คำถามเรื่องคุณภาพน้ำ: น้ำที่ผ่านการกรองด้วยเครื่องกรอง​ เป็นน้ำที่ใช้ล้างและใช้กับเครื่องนึ่งทำให้ปราศจาก​เชื้อได้ไหม?

รูปภาพ
คำถามเรื่องคุณภาพน้ำ : น้ำที่ผ่านการกรองด้วยเครื่องกรอง​ เป็นน้ำที่ใช้ล้างและใช้กับเครื่องนึ่งทำให้ปราศจาก​เชื้อได้ไหม คำถามนี้ สำคัญมาก และพบได้บ่อยในงาน CSSD / งานคุณภาพ (HA / JCI / Audit) ขอสรุปคำตอบแบบ ชัด–ตรง–ใช้ตอบ Surveyor ได้ ดังนี้ครับ ❓ คำถาม น้ำที่ผ่านการกรองด้วย “เครื่องกรองน้ำทั่วไป” สามารถใช้ล้างเครื่องมือแพทย์ และใช้กับเครื่องนึ่งทำให้ปราศจากเชื้อได้หรือไม่? ✅ คำตอบสั้น (Executive Answer) ❌ ไม่สามารถใช้ได้โดยอัตโนมัติ น้ำที่ผ่านเครื่องกรอง จะใช้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า “กรองถึงระดับคุณภาพอะไร” และ “นำไปใช้ในขั้นตอนใด” 🔍 หลักการสำคัญ (Key Concept) ในงาน Medical Devices Reprocessing คุณภาพน้ำต้อง “เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน (Fit for Purpose)” มาตรฐานสากล เช่น      ● AAMI ST108      ●  ISO 17665      ●  AAMI ST79 ได้แบ่ง “ระดับคุณภาพน้ำ” ชัดเจนตามจุดใช้งาน 📊 สรุประดับน้ำ vs การใช้งานใน CSSD กรณีที่ 1: ใช้ล้างเครื่องมือแพทย์ น้ำที่ “กรองแล้ว” จะใช้ได้หรือไม่? 🔸 ใช้ได้บางกรณี ถ้า:  มีผลตรวจยืนยันค่า  ...

จะมีแนวทางปฏิบัติต่อเครื่องมือที่พบปัญหาหลังการนึ่งฆ่าเชื้ออย่างไร

รูปภาพ
แนวทางปฏิบัติต่อเครื่องมือที่พบปัญหาหลังการนึ่งฆ่าเชื้อ เมื่อพบเครื่องมือหรือชุดเครื่องมือที่มีปัญหาหลังจากการนึ่งฆ่าเชื้อ ขั้นตอนปฏิบัติที่แนะนำตามมาตรฐานสากลและแนวทางวิชาชีพ ได้แก่: แยกและกักเครื่องมือที่มีปัญหาออกทันที: นำชุดเครื่องมือที่พบปัญหา (เปียก, Indicatorไม่เปลี่ยนสี, ห่อชำรุด, มีคราบสนิม ฯลฯ) แยกออกจากชุดปลอดเชื้ออื่นๆ ในคลัง ไม่แจกจ่ายให้ห้องผ่าตัดใช้งาน. ผู้ใช้หรือพยาบาลควรตรวจสอบแพ็คเกจก่อนเปิดใช้งานทุกครั้ง และหากพบความผิดปกติให้ส่งคืนชุดนั้นไปยังหน่วยงานจ่ายกลางทันที[6]. การแยกกักนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ชุดที่อาจปนเปื้อนเผลอนำไปใช้กับผู้ป่วยโดยไม่ได้ตั้งใจ. ส่งคืนเพื่อทำการ Reprocessing (ทำความสะอาดและนึ่งใหม่): ทุกกรณีของชุดที่มีปัญหาต้องผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อใหม่ทั้งหมดก่อนนำกลับมาใช้: กรณีชุดเปียกชื้น: ให้ทำการเปิดหีบห่อชุดนั้นออกทั้งหมด (เนื่องจากหีบห่อเดิมเปียกและปนเปื้อนไปแล้ว) แล้วนำเครื่องมือภายในไปทำความสะอาด, ทำให้แห้ง และห่อ/บรรจุใหม่ จากนั้นนึ่งฆ่าเชื้อซ้ำอีกครั้งทั้งชุด[11]. ห้ามใช้ชุดที่เปียกโดยไม่ reprocess ใหม่. หลังจากนั้นควรตรวจสอบหาสาเหตุของความ...

การใช้งานเครื่องมือที่มีปัญหาหลังการนึ่งฆ่าเชื้อได้หรือไม่

รูปภาพ
  การใช้งานเครื่องมือที่มีปัญหาหลังการนึ่งฆ่าเชื้อ ใช้ได้หรือไม่ ตามมาตรฐานสากล เครื่องมือหรือชุดอุปกรณ์ที่พบปัญหาหลังการทำให้ปราศจากเชื้อ “ไม่ควรถูกนำมาใช้” กับผู้ป่วย เนื่องจากความปราศจากเชื้อของชุดนั้นไม่อาจยืนยันได้หรือประสิทธิภาพของเครื่องมืออาจด้อยลง ซึ่งรวมถึงกรณีต่อไปนี้: ชุดอุปกรณ์เปียกชื้น (Wet Pack): ชุดเครื่องมือที่พบมีความชื้นหรือหยดน้ำอยู่ภายในหีบห่อหลังผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อจะ ไม่ถือว่าปลอดเชื้อ อีกต่อไป เพราะความชื้นที่หลงเหลือสามารถเป็นทางให้เชื้อโรคภายนอกเข้าไปปนเปื้อนได้[3]. มาตรฐาน AAMI ST79 ระบุว่าหีบห่อที่เปียกหลังการนึ่งถือว่า “ปนเปื้อน”[1] และ ISO 17665/EN 285 ก็ย้ำว่าหลังการนึ่ง อุปกรณ์และบรรจุภัณฑ์ต้องแห้ง ไม่มีความชื้นหลงเหลือ เนื่องจากความชื้นจะทำให้ความคงทนของความปราศจากเชื้อสูญเสียไป[2]. ดังนั้นชุดเครื่องมือที่เปียกหรือชื้นหลังการนึ่ง ห้ามนำไปใช้ในการผ่าตัด จนกว่าจะได้รับการแก้ไข. Chemical Indicator ไม่เปลี่ยนสีตามเกณฑ์: หากตัวบ่งชี้ทางเคมี (เช่นแถบเปลี่ยนสี) ที่บรรจุอยู่ภายในชุดเครื่องมือ ไม่เปลี่ยนสีครบถ้วน ตามที่ควรหลังการนึ่งฆ่าเชื้อ แสดงว่าอาจมีส่ว...

คุณภาพน้ำ ในหน่วยจ่ายกลาง

รูปภาพ
 คำถาม: ในกรณีของการตรวจค่า pH ของน้ำ แล้วได้ค่า pH 9 ขอคำแนะนำการแก้ไขด้วยค่ะ หากตรวจคุณภาพน้ำในหน่วย CSSD แล้วได้ค่า pH = 9 (ซึ่งถือว่าเป็น ด่างเกินไป) มีผลต่อกระบวนการทำความสะอาดและทำให้เกิดปัญหาต่อเครื่องมือแพทย์ เช่น เกิดคราบ การกัดกร่อน และลดประสิทธิภาพของน้ำยาล้าง จึงต้องแก้ไขทันที สาเหตุที่ทำให้ค่า pH ของน้ำสูง (ด่าง) 1. ระบบบำบัดน้ำ (RO/DI) ทำงานผิดปกติ      – น้ำที่ผ่านการแลกเปลี่ยนไอออนอาจมีการล้างเรซิ่นไม่สมบูรณ์ 2. สารเคมีจากการปรับสภาพน้ำ (Softener หรือ Chemical dosing) มากเกินไป      – เช่น โซดาไฟ (NaOH) หรือสารด่างอื่น 3. ตะกอนแร่ธาตุในน้ำดิบสูง      – แร่ธาตุบางชนิดอาจทำให้น้ำมีความเป็นด่างสูง 4. น้ำที่ค้างในระบบนาน      – เกิดการเปลี่ยนแปลงของสมดุลเคมีในน้ำ   ผลกระทบจากน้ำที่มี pH = 9      • ผิวเครื่องมือสแตนเลสถูกทำลาย (pitting corrosion)      • ลดประสิทธิภาพของน้ำยาล้าง (โดยเฉพาะถ้าน้ำยาต้องการสภาพเป็นกลาง)      • เพิ่มคราบด่าง บนผิวเครื่องมือหลังล้างและ...

ตำแหน่งการวาง BI (Biological Indicators)

รูปภาพ
 คำถาม:  ในการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำ มาตรฐานการวาง Biological Indicator ในเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือ ตำแหน่งที่ถูกต้องคือตำแหน่งใด คำตอบ: มาตรฐานการวาง Biological Indicator (BI) ในการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำ ควรวาง BI ที่ ตำแหน่งที่ท้าทายที่สุดของช่องอบ (Chamber) หม้อนึ่งฆ่าเชื้อ ซึ่งมักจะอยู่ที่ ชั้นล่างใกล้กับประตูและเหนือท่อระบายน้ำ เนื่องจากเป็นจุดที่ไอน้ำเข้าไม่สะดวกที่สุดและมีโอกาสที่อุณหภูมิและไอน้ำจะเข้าถึงน้อยที่สุด ทำให้เป็นจุดเหมาะสมสำหรับทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ[1][5][9] โดยวิธีการวาง BI ควรหันด้านพลาสติกใสลง และสามารถวางซอง BI ลงบนชั้นวางโดยตรงในช่องอบได้เลย เพื่อให้การทดสอบชัดเจนและตรงตามมาตรฐาน[1] นอกจากนี้หลังสิ้นสุดรอบการนึ่งฆ่าเชื้อ ให้เปิดประตูเครื่องจนสุดอย่างน้อย 5 นาทีเพื่อให้ BI เย็นก่อนนำออกมาตรวจสอบ[9] สรุปตำแหน่งวาง BI สำหรับเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำคือ - ใส่ไว้ในจุดท้าทายที่สุดของหม้อนึ่ง ซึ่งมักเป็น   - ชั้นล่างของหม้อนึ่ง   - ใกล้กับประตูตู้อบ   - เหนือท่อระบายน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าไอน้ำและอุณหภูมิสามารถเข้าถึงอุปกรณ์...

◉ ดูสารบัญ เรียงตามหมวดหมู่กลุ่มเนื้อหา

แสดงเพิ่มเติม