บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ การทำลายเชื้อ ทำให้ปราศจากเชื้อ

ขั้นตอนการทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์อย่างถูกวิธี ตั้งแต่ต้นทางจนพร้อมใช้งาน

รูปภาพ
Decontamination Series ขั้นตอนการทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์อย่างถูกวิธี ตั้งแต่ต้นทางจนพร้อมใช้งาน Decontamination Series คือซีรีส์ความรู้ที่ออกแบบมาเพื่อบุคลากรโรงพยาบาลและหน่วยงาน Central Sterile Supply Department (CSSD) โดยเฉพาะ ครอบคลุมทุกขั้นตอนของกระบวนการทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์ (Decontamination) ตั้งแต่ จุดใช้งาน (Point of Use) ไปจนถึง การตรวจสอบความสะอาดและความพร้อมก่อนนำไปฆ่าเชื้อและใช้งาน เนื้อหาถูกเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย เชื่อมโยงกับการปฏิบัติงานจริงในโรงพยาบาล พร้อมอ้างอิงและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง เช่น AAMI ST79, ISO 17664 และ ST108 เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงทั้งในเชิงคุณภาพ ความปลอดภัย และการตรวจประเมิน (Audit) 🎯 วัตถุประสงค์ของซีรีส์ เสริมสร้างความเข้าใจเชิงระบบเกี่ยวกับกระบวนการทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน การติดเชื้อ และความผิดพลาดในกระบวนการ reprocessing ส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพระหว่าง OR – CSSD ยกระดับมาตรฐานการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อให้เทียบเท่าระดับสากล 📚 โครงสร้างเนื...

วัสดุอะไรที่แนะนำ/ไม่แนะนำ ให้นำเข้าอบนึ่งฆ่าเชื้อด้วยเครื่องนึ่งไอน้ำ

รูปภาพ
วัสดุอะไรที่แนะนำให้นำเข้าอบนึ่งฆ่าเชื้อด้วยเครื่องนึ่งไอน้ำ (Steam Sterilizer / Autoclave) และวัสดุใดที่ไม่แนะนำให้เข้าอบ ตามหลัก ISO 17665, AAMI ST79 และแนวปฏิบัติ CSSD สากล  1) วัสดุที่แนะนำให้นำเข้าอบนึ่งฆ่าเชื้อด้วย Steam Sterilization วัสดุที่ทนความร้อนและทนความชื้น (Heat & Moisture Resistant)        • วัสดุกลุ่มนี้คือ “มาตรฐาน” สำหรับการใช้ไอน้ำอิ่มตัว (Saturated Steam) เพราะสามารถทนอุณหภูมิ 121–134°C และมีความสามารถในการถ่ายทอดความร้อน (Thermal Conductivity) ได้ดี ตัวอย่างวัสดุ      • สเตนเลสสตีลทางการแพทย์ (SUS 304, 316)           เช่น กรรไกร, คีม, ฟอร์เซป, Retractor, Surgical sets      • เครื่องมือโลหะทั่วไปที่ไม่มีชิ้นส่วนยาง/พลาสติกที่ไม่ทนร้อน      • เครื่องมือชนิดกลวงแบบ Lumen           เช่น Suction tube, Laparoscopic instruments (ต้องผ่านการล้างและอบแห้งดี)      • ผ้าห่อผ้าแบบลินินทอหนา (Linen) หรือผ้าฝ้าย 100% ที่เหมาะก...

การ “คัดเลือกอุปกรณ์” ที่จะนำเข้าอบฆ่าเชื้อด้วย Hydrogen Peroxide Vapor / Gas Plasma Sterilizer

รูปภาพ
การ “คัดเลือกอุปกรณ์” ที่จะนำเข้าอบฆ่าเชื้อด้วย  Hydrogen Peroxide Vapor / Gas Plasma Sterilizer (VH₂O₂ / HPGP) หลักคิดสำคัญที่สุด: ทำได้/ทำไม่ได้ ไม่ได้ตัดสินจาก “ชนิดเครื่อง” อย่างเดียว แต่ต้องดู 2 IFU พร้อมกัน 1. IFU ของเครื่องฆ่าเชื้อ (Sterilizer IFU) และ 2) IFU ของอุปกรณ์การแพทย์ (Device IFU) ถ้า Device IFU ระบุ “ห้ามใช้ VH₂O₂/Plasma” → ห้ามเข้า แม้เครื่องจะมีรอบรองรับก็ตาม   1) ทำความเข้าใจ “ข้อจำกัดเชิงหลักการ” ของ H₂O₂ Vapor/Plasma ระบบนี้ฆ่าเชื้อด้วย สารออกซิไดซ์ (Hydrogen peroxide) ในสภาพ “แห้ง” และต้องอาศัย การสัมผัสผิว (surface contact) เป็นหลัก ดังนั้นอะไรที่ “ดูดซับ/ทำปฏิกิริยา” กับ H₂O₂ หรือ “กีดขวางทางไอ” จะทำให้รอบล้มเหลวหรือเสี่ยงสูง   2) เช็คลิสต์คัดกรองแบบเร็ว (Pre-screen) ก่อนตัดสินใจ ให้ใช้ 8 คำถามนี้เป็น “ด่านแรก”:      1. Device IFU อนุญาต VH₂O₂/Plasma หรือไม่? (ต้องระบุชัดเจน)        2. อุปกรณ์ “แห้งสนิท” ทุกจุดหรือยัง? โดยเฉพาะ lumen/ข้อต่อ/รอยประกบ (น้ำค้าง = เสี่ยง abort/มีสารตกค้าง)  ...

การนำวัสดุเข้าอบฆ่าเชื้อด้วยเครื่อง Low Temperature Steam Formaldehyde (LTSF)

รูปภาพ
การนำวัสดุเข้าอบฆ่าเชื้อด้วยเครื่อง Low Temperature Steam Formaldehyde (LTSF) วัสดุที่แนะนำ และวัสดุที่ไม่แนะนำ หลักการของการฆ่าเชื้อแบบ LTSF (โดยสรุป) Low Temperature Steam Formaldehyde (LTSF) เป็นกระบวนการฆ่าเชื้อที่ใช้      • ไอน้ำอุณหภูมิต่ำ (ประมาณ 50–80°C)      • Formaldehyde ในความเข้มข้นที่ควบคุมได้ เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่      • ไม่ทนความร้อนสูง (Steam 121–134°C ไม่ได้)      • ต้องการความสามารถในการแทรกซึมของไอน้ำและก๊าซ      • ไม่ดูดซับสารเคมีมากเกินไป วัสดุ / อุปกรณ์ที่ แนะนำให้เข้าอบฆ่าเชื้อด้วย LTSF 1. อุปกรณ์โลหะที่ไม่ทนความร้อนสูง      • เครื่องมือผ่าตัดโลหะที่มีชิ้นส่วนละเอียด      • อุปกรณ์ที่มีข้อต่อหรือกลไกซับซ้อน      เหตุผล: ไอน้ำอุณหภูมิต่ำและ formaldehyde สามารถแทรกซึมได้ดีโดยไม่ทำลายโครงสร้าง 2. วัสดุพลาสติกที่ทนสารเคมีและไม่ดูดซับ formaldehyde      • Polyethylene (PE)      • Polypropylene (PP)      • P...

วัสดุ/อุปกรณ์ที่ไม่ควรอบฆ่าเชื้อด้วยแก๊ส EO (Ethylene Oxide)

รูปภาพ
EO เป็นสารที่มีคุณสมบัติแก้ปัญหาดีมากสำหรับวัสดุที่ทนความร้อนไม่ได้ แต่ มีข้อห้ามใช้กับวัสดุบางชนิด เนื่องจากมีผลต่อ การดูดซึม EO (EO absorption), การคายแก๊สไม่หมด (off-gassing), การเกิดปฏิกิริยาเคมี, หรือ ทำให้โครงสร้างวัสดุเสื่อม 1) วัสดุที่ดูดซึม EO สูง (High EO Absorption) – คายแก๊สออกช้ามาก วัสดุกลุ่มนี้ “เก็บ EO ไว้ในโครงสร้าง” ทำให้ ไม่ปลอดภัยต่อผู้ป่วย เพราะต้องการเวลาการระบายแก๊สนาน (Aeration ≥ 12–48 ชม. หรืออาจหลายวัน) สรุป: หากจำเป็นต้องใช้ EO ต้องมีระบบ aeration ได้มาตรฐาน (อ้างอิง AAMI TIR15 และ ISO 11135) แต่โดยทั่วไป หลีกเลี่ยง ดีที่สุด 2) วัสดุที่เกิดปฏิกิริยากับ EO จนเสื่อมสภาพ วัสดุบางชนิดมีโครงสร้าง polymer ที่ไวต่อ EO ทำให้เกิดการ เปราะ แตก เหลือง หรือเสื่อม 3) วัสดุที่ไม่สามารถ aeration ได้ครบตามมาตรฐาน ใช้ EO ไม่ได้เพราะ คายแก๊สไม่หมด → มีสารตกค้าง (EO residue + ECH byproduct) เช่น • ชิ้นงานที่ อัดแน่นมาก (Dense packaging) • ชิ้นงานที่ มีโพรงลึกยาว (long lumens) และผนังไม่ให้การระบายอากาศ • อุปกรณ์ที่มี ช่องอับ (dead space) หมุนเวียนอากาศไม่ได้ 4) อุปกรณ์อิเ...

เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อ All-American 941

รูปภาพ
เครื่อง All-American 941 เครื่อง All-American 941 ใช้เทคโนโลยีไอน้ำความดันสูงสำหรับฆ่าเชื้อ   การใช้งานเหมาะสำหรับฆ่าเชื้ออุปกรณ์ เช่น ทางการแพทย์หรือห้องปฏิบัติการ   เตรียมอุปกรณ์โดยล้างให้สะอาดและตรวจสอบเครื่องก่อนใช้   บรรจุของให้มีช่องว่างสำหรับไอน้ำไหลผ่าน   ตรวจสอบประสิทธิภาพด้วยตัวบ่งชี้เคมีหรือชีวภาพ    เทคโนโลยีที่ใช้   เครื่อง All-American 941 ใช้ระบบฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำความดันสูง โดยมีระบบปิดผนึกแบบ "Metal-to-Metal" ที่ช่วยให้ปิดผนึกแน่นหนา และสามารถทำงานที่ความดัน 15 psi ซึ่งเท่ากับอุณหภูมิ 121°C (250°F) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการฆ่าเชื้อ   การใช้งาน   เครื่องนี้เหมาะสำหรับฆ่าเชื้ออุปกรณ์ เช่น เข็ม กรรไกร หรือวัสดุในห้องปฏิบัติการ โดยต้องตั้งความดันที่ 15 psi และรักษาไว้อย่างน้อย 30 นาที   การเตรียมอุปกรณ์   ก่อนใช้ ตรวจสอบว่าท่อระบายไอน้ำและเครื่องวัดความดันทำงานปกติ ล้างอุปกรณ์ที่ต้องการฆ่าเชื้อให้สะอาด และตรวจสอบว่ามีการปิดผนึกที่ดี   การบรรจุของ   วางอุปกรณ์...

การฆ่าเชื้อสำลีทางการแพทย์

รูปภาพ
ค้นคว้าเรียบเรียง สุวิทย์ แว่นเกตุ:  ต่อคำถามที่ว่า... เราสามารถนำสำลีเข้าไปทำการอบฆ่าเชื้อด้วย Ethylene Oxide (ETO) ได้มั้ย? สามารถนำสำลีเข้าไปทำการอบฆ่าเชื้อด้วย Ethylene Oxide (ETO) ได้ แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขและข้อควรระวังต่อไปนี้: 1. คุณสมบัติของสำลี สำลีต้องไม่มีสารเคลือบหรือสารเคมีที่อาจทำปฏิกิริยากับ ETO ควรเป็นสำลีที่ผ่านการทดสอบว่าเหมาะสมสำหรับการฆ่าเชื้อด้วย ETO (ETO-compatible materials) 2. การเตรียมสำลีก่อนอบฆ่าเชื้อ สำลีต้องแห้งสนิทก่อนเข้าเครื่องฆ่าเชื้อ เนื่องจากความชื้นอาจทำให้ ETO ตกค้างในวัสดุ บรรจุสำลีในบรรจุภัณฑ์ที่มีความสามารถให้อากาศไหลผ่านได้ เช่น Tyvek หรือวัสดุที่เหมาะสมกับกระบวนการ ETO 3. กระบวนการฆ่าเชื้อด้วย ETO ความเข้มข้นของ ETO: ควรตั้งค่าให้เหมาะสมกับประเภทของวัสดุ อุณหภูมิ: ควบคุมให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม (37–63°C) เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของสำลี ความชื้นสัมพัทธ์: อยู่ในช่วง 30–80% RH ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อ: ปรับตามขนาดและประเภทของบรรจุภัณฑ์ 4. การระบายก๊าซ (Aeration) สำลีที่ผ่านกระบวนการ ETO ต้องมีการระบายก๊าซออก (Aeration) อย่างเหมาะสม เพื่อกำจัดสาร...

STU หรือ The Sterilization Unit

รูปภาพ
ขอคุยเรื่อง ขนาดความจุของเครื่องนึ่ง หรือที่เราเรียกกันว่า Autoclave ซึ่งเวลาพูดถึงความจุของห้องนึ่งหรือ Chamber เรามักจะมองกันเพียงขนาดปริมาตรความจุแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่ง พอเอามาใช้งานจริงปรากฏว่า เครื่องที่มีขนาดความจุเท่ากัน แต่ใส่ของได้ไม่เท่ากัน อันที่จริงดูเผินๆ แล้วไม่น่าเป็นไปได้ ที่จะใส่ของได้ไม่เท่ากัน แต่อันที่จริงแล้วมันเป็นไปได้ ทั้งนี้เพราะ ลักษณะการออกแแบบรูปทรงของ Chamber ขั้นมีลักษณะ กว้าง สูง หรือลึกต่างกัน อีกทั้งรูปทรงที่เป็นทรงกระบอกก็มี ที่เป็นรูปทรงเหลี่ยมก็มี มันเลยมีผลต่อการจัดวางเรียงของเมื่อใช้งานจริง ด้วยเหตุุุนี้ ก็เลยจำต้องมีการกำหนดหน่วยเปรียบเทียบที่เป็นมาตรฐาน โดยถ้านำหน่วยนี้ไปใช้เป็นมาตราในการเปรียบเทียบความจุของเครื่องมือที่สามารถจัดเรียงในห้องอบได้ ก็จะทราบได้ทันทีว่า ในขนาดปริมาติความจุจากการคำนวณกับที่จุของได้จริงนั้นแตกต่างกันไป ตามลักษณะการออกแบบของ Chamber หน่วยที่ว่านี้เรียกว่า STU หรือ The Sterilization Unit ตัวย่อที่ใช้เรียกกันคือ STU เพราะฉนั้นเวลาเปรียบเทียบกันก็จะบอกว่า เครื่องนั้นจุได้กี่ STU เครื่องโน้นจุได้กี่ STU ถ้าต้องการเปรีย...

การทำให้ปราศจากเชื้อ เครื่องมือทางฑันตกรรม

รูปภาพ
มาตรฐานการทำให้ปราศจากเชื้อ เครื่องมือทางฑันตกรรม เครื่องมือที่ใช้ในคลินิกทันตกรรม ในการนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานในการทำลายเชื้อและทำให้ปราศจากเชื้อในคลินิกทันตกรรม ผู้เกี่ยวข้องสามารถศึกษาแนวทางการปฎิบัติ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้ใน Disinfection and Sterilization in Dentistry, Disinfection and Sterilization of Dental Instruments and Materials, Cleaning Disinfection and Sterilization of dental instruments, American Dental Sterilization ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลไว้แล้ว สามารถดาวน์โหลด ไฟล์ข้อมูลได้จากลิงค์ Disinfection and Sterilization in Dentistry Disinfection and Sterilization of Dental Instruments and Materials Cleaning Disinfection and Sterilization of dental instruments American Dental Sterilization สุวิทย์ แว่นเกตุ ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลที่นำมาเผยแพร่ทั้งหมด  เพื่อประโยชน์ของผู้ให้บริการและผู้รับบริการ

ที่มาของการทำให้ปราศจากเชื้อ

รูปภาพ
จากการอักเสบเป็นหนองแล้วก็ตาย สู่การรอดชีวิต จากคุณูปการ ของ อิกนาซ ฟิลิปป์ เซมเมลไวสส์, หลุยส์ปาสเตอร์, และ โจเซฟ ลิสเตอร์ ยุคสมัยก่อนปีพ.ศ.2405 การผ่าตัดเกือบทุกรายจะต้องมีการติดเชื้อ ที่รู้กันในสมัยนั้นว่า ”การอักเสบเป็นหนองแล้วก็ตาย” อิกนาซ ฟิลิปป์ เซมเมลไวสส์ (Ignaz Philipp Semmelweiss, ค.ศ. 1818-1865) แพทย์ชาวฮังการี เป็นผู้นําการทำให้ปราศจากเชื้อมาใช้เป็นครั้งแรกเมื่อราว พ.ศ. 2390 ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีใครรู้จักว่าจุลินทรีย์เป็นสาเหตุของการทำให้เกิดโรค เซมเมลไวสส์ แนะนําให้ล้างมือและเครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนเสื้อผ้าทั้งของแพทย์และของผู้ป่วยให้สะอาดและให้แช่มือในน้ำยาคลอรีน ก่อนทำผ่าตัด การค้นพบของเขา ได้ช่วยชีวิตของหญิงที่คลอดบุตรในโรงพยาบาลกลางของกรุงเวียนนาไว้มากมาย ต่อมาอีกประมาณ 20 ปี (ราว พ.ศ. 2409) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ หลุยส์ปาสเตอร์ (Louis Pasteur,ค.ศ. 1822-1895) ค้นพบว่าเชื้อจุลินทรีย์เป็นตัวทําให้เกิดหนองและการอักเสบ และแพทย์ชาวอังกฤษ ชื่อโจเซฟ ลิสเตอร์ (Joseph Lister,First Baron,ค.ศ. 1827-1912) ได้นํากรดคาร์บอลิค หรือที่รู้จักกันในนามของ ฟีนอล (...

การทำให้ปราศจากเชื้อ Sterilization

รูปภาพ
การทำให้ปราศจากเชื้อเป็นกระบวนการในการทำลายหรือขจัดเชื้อจุลชีพทุกชนิด รวมทั้งสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียจากเครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องมือที่จะต้องผ่านเข้าสู่ส่วนของร่างกายที่ปราศจากเชื้อ ได้แก่ กระแสโลหิต หรือเนื้อเยื่อ เช่น เครื่องมือผ่าตัด เข็มฉีดยา รวมทั้งสารน้ำที่ใช้ฉีดเข้าเส้น อุปกรณ์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคซึ่งต้องสัมผัสกับเยื่อบุของร่างกายในระบบทางเดินปัสสาวะหรือช่องท้องจะต้องได้รับการทำให้ปราศจากเชื้อ นอกจากนี้อาหารเลี้ยงเชื้อ อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในห้องปฏิบัติการซึ่งใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อรวมทั้งการวิจัยจะต้องผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อภายหลังใช้แล้ว ก่อนนำไปทิ้งหรือล้างทำความสะอาด วิธีการทำให้ปราศจากเชื้อ การทำให้ปราศจากเชื้อจะมีประสิทธิภาพต่อเมื่อทุกพื้นผิวของอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องการทำให้ปราศจากเชื้อสัมผัสกับสารที่ทำให้ปราศจากเชื้อ (Sterilizing agent) การเลือกวิธีการทำให้ปราศจากเชื้อขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทของอุปกรณ์ที่ต้องการทำให้ปราศจากเชื้อและระยะเวลาที่ใช้ในการทำลายสปอร์ของเชื้อแบคทีเรีย วิธีการทำให้ปราศจากเชื้อ แบ่งออกได้เป็น 2 วิธีใหญ่...

การทำลายเชื้อ Disinfection-2

รูปภาพ
แนวทางการปฏิบัติในการทำลายเชื้อ ควรสวมเครื่องป้องกัน ได้แก่ ถุงมือ แว่นตา เพื่อป้องกันมิให้มือสัมผัสกับสารเคมี และป้องกันการกระเด็นของน้ำยาเข้าตา น้ำยาที่มีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อสูงมักจะมีพิษต่อร่างกาย ทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างทั่วถึง เช็ดอุปกรณ์ให้แห้งก่อนนำไปแช่ในน้ำยาทำลายเชื้อเพื่อมิให้ความเข้มข้นของน้ำยาเปลี่ยนไป แช่อุปกรณ์ในน้ำยาทำลายเชื้อ โดยให้น้ำยาทำลายเชื้อสัมผัสทุกส่วนของอุปกรณ์ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นคีม เป็นท่อ มีรูกลวง จะต้องพยายามให้น้ำยาแทรกซึมเข้าไปให้ทั่ว แช่อุปกรณ์ในน้ำยาทำลายเชื้อโดยใช้เวลานานตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด การทำลายเชื้อควรทำให้บริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ควรใช้น้ำยาทำลายเชื้อที่เตรียมใหม่ ไม่ใช้น้ำยาทำลายเชื้อที่เตรียมไว้นาน เพราะการเก็บไว้นานอาจทำให้ประสิทธิภาพของน้ำยาลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเก็บในที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น เก็บไว้ในที่ที่มีอากาศร้อน มีแสงแดดส่อง หรือมีความชื้น อุปกรณ์ที่แช่น้ำยาทำลายเชื้อแล้ว จะต้องล้างน้ำยาออกให้หมด และทำให้แห้งโดยระมัดระวังมิให้อุปกรณ์เกิดการปนเปื้อนเชื้อซ้ำอีก ขั้นตอนการทำลายเชื้อ ล้...

◉ ดูสารบัญ เรียงตามหมวดหมู่กลุ่มเนื้อหา

แสดงเพิ่มเติม