การทำลายเชื้อ Disinfection-1


การทำลายเชื้อ Disinfection

การทำลายเชื้อ หมายถึง การกำจัดเชื้อจุลชีพที่ปนเปื้อนบนอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ หรือบนพื้นผิวต่างๆ การทำลายเชื้อทำได้โดยการใช้สารเคมี หรือใช้วิธีการทางกายภาพ เช่น การใช้ความร้อน

สารเคมีที่ใช้ทำลายเชื้อบนเครื่องมือหรือบนพื้นผิวต่างๆ เรียกว่า น้ำยาทำลายเชื้อ (Disinfectants)
สารเคมี ที่ใช้ทำลายเชื้อที่ผิวหนังและส่วนต่างๆ ของร่างกาย เรียกว่า น้ำยาระงับเชื้อ (Antiseptics)

ระดับการทำลายเชื้อ แบ่งตามประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อได้เป็น 3 ระดับคือ

-การทำลายเชื้อระดับสูง (High-level disinfection)
-การทำลายเชื้อระดับกลาง (Intermediate-level disinfection)
-การทำลายเชื้อระดับต่ำ (Low-level disinfection)

การทำลายเชื้อระดับสูง (High-level disinfection)

อุปกรณ์ในกลุ่ม critical items บางชนิดทนความร้อนไม่ได้ เช่น อุปกรณ์ที่ทำด้วยพลาสติก หรือเคลือบด้วยพลาสติกจะต้องทำให้ปราศจากเชื้อโดยใช้วิธีซึ่งไม่ใช้ความร้อนสูง ได้แก่ การอบแก๊ส ethylene oxide หรือการใช้น้ำยาทำลายเชื้อที่มีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อสูง กล้องส่องตรวจอวัยวะภายใน

เช่น laparoscopes หรือ Arthroscope แม้ว่าจะใช้สอดใส่เข้าไปในส่วนของร่างกายที่ปราศจากเชื้อ
แต่วิธีการที่ยอมรับในการทำลายเชื้ออุปกรณ์ประเภทนี้คือ การทำลายเชื้อระดับสูง ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมกับอุปกรณ์และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงระหว่างการใช้กับผู้ป่วย

น้ำยาทำลายเชื้อระดับสูงสามารถทำลายสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียได้ จึงสามารถทำให้อุปกรณ์ปราศจากเชื้อได้ แต่ต้องแช่อุปกรณ์ในน้ำยาเป็นระยะเวลานาน จึงอาจเรียกน้ำยาทำลายเชื้อระดับสูงว่า Chemosterilant หรือ Cold sterilant

สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือ ระยะเวลาที่อุปกรณ์สัมผัสน้ำยา เป็นปัจจัยที่แยกระหว่างการทำให้ปราศจากเชื้อและการทำลายเชื้อระดับสูงโดยใช้น้ำยาทำลายเชื้อ

น้ำยาทำลายเชื้อ ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำลายเชื้อระดับสูง ได้แก่ Glutaraldehyde, Chlorine Dioxide, Hydrogen Peroxide และ Peracetic Acid น้ำยาทำลายเชื้อเหล่านี้ The U.S. Environmental Protection Agency (EPA) ยอมรับว่าเป็นได้ทั้งน้ำยาที่ทำให้ปราศจากเชื้อและน้ำยาทำลายเชื้อ 

แม้ว่าน้ำยาทำลายเชื้อระดับสูงจะสามารถทำให้อุปกรณ์ปราศจากเชื้อได้ แต่จะต้องดูแลให้ทุกส่วนของอุปกรณ์สัมผัสน้ำยาทำลายเชื้อในระยะเวลาที่นานพอ อุณหภูมิและระดับความเป็นกรดด่างของน้ำยาเหมาะสม

การทำให้ปราศจากเชื้อโดยใช้น้ำยาทำลายเชื้อระดับสูง มีโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานได้มากกว่าวิธีการทางกายภาพ เมื่อแช่น้ำยาแล้วจะต้องล้างอุปกรณ์ด้วยน้ำกลั่นปราศจากเชื้อ เช็ดให้แห้งด้วยความระมัดระวังโดยใช้ผ้าที่ปราศจากเชื้อและหากไม่ได้นำอุปกรณ์ไปใช้ทันที จะต้องเก็บอุปกรณ์ในภาชนะที่ปราศจากเชื้อเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดการปนเปื้อนเชื้อซ้ำ

การทำลายเชื้อระดับกลาง (Intermediate-level disinfection)

การทำลายเชื้อที่จัดอยู่ในกลุ่มน้ำยาทำลายเชื้อระดับกลาง ได้แก่ แอลกอฮอล์ (70-90% Ethanol หรือ Isopropanol), Chlorine Compounds, Phenolic และ Iodophor แม้ว่าน้ำยาทำลายเชื้อระดับกลางจะมีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อไวรัสได้อย่างกว้างขวาง แต่ก็ไม่สามารถทำลายเชื้อไวรัสได้ทุกชนิด น้ำยาทำลายเชื้อที่มีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อวัณโรคสามารถทำลาย Small non-lipid virus 

เช่น Poliovirus, Coxsackie virus ได้ 70% ethanol และ 70% Isopropanol สามารถทำลายเชื้อไวรัสได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังสามารถทำลายเชื้อวัณโรคได้อย่างรวดเร็วด้วย

การทำลายเชื้อระดับต่ำ (Low-Level Disinfection)

การทำลายเชื้อระดับต่ำ สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราบางชนิด แต่ไม่สามารถทำลายเชื้อที่มีความคงทน เช่น Tubercle bacilli หรือสปอร์ของแบคทีเรียได้ การทำลายเชื้อวิธีนี้เหมาะสำหรับใช้กับอุปกรณ์ประเภท Non-critical items น้ำยาทำลายเชื้อในกลุ่มนี้ 

ได้แก่ Quaternary Ammonium Compounds, Iodophors หรือ Phenolics บางชนิด Iodophors และ Phenolics จะจัดอยู่ในประเภท Inter-mediate หรือ Low-level ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของ active ingredient ที่อยู่ในน้ำยา

ระดับการทำลายเชื้อ

คุณสมบัติของ Antiseptic และ Disinfectant ที่ควรเลือกใช้

คุณสมบัติที่ดีของ Antiseptic

1.-สามารถทำลายเชื้อจุลชีพบนผิวหนังได้
2.-สามารถใช้ได้สะดวก
3-.มีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อจุลชีพได้หลายชนิด
4.-สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย ใช้ได้กับผู้ป่วยทุกวัยโดยไม่มีอันตราย
5.-ไม่ถูกทำลายโดยโปรตีนจากเลือด สารคัดหลั่ง จากสบู่หรือ สารอื่นๆ

คุณสมบัติที่ดีของ Disinfectant

1.-สามารถทำลายเชื้อได้ดี (high activity) และทำลายเชื้อได้หลายชนิด (broad spectrum)
2.-ไม่กัดกร่อนโลหะ หรือทำลายอุปกรณ์ประเภทยาง
3.-ไม่ทำให้เกิดสีติดภาชนะที่บรรจุ
4.-ไม่ถูกทำให้เสื่อมสภาพหรือทำให้มีประสิทธิภาพลดลงเมื่อสัมผัสกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือเนื้อเยื่อของร่างกาย
5.-ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง หรือทำให้เกิดอาการแพ้ และไม่มีอันตรายต่อร่างกาย
6.-ไม่มีกลิ่น หรือกลิ่นไม่เหม็น
7.-ทนความร้อน
8.-มีความคงตัว แม้ในภาวะความเป็นกรดด่างที่เปลี่ยนแปลงไป
9.-คงประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อ แม้เก็บไว้ใช้เป็นเวลานาน
10.-ละลายได้ดีในน้ำ สามารถผสมน้ำเพื่อลดความเข้มข้นโดยยังคงมีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อ
11.-ไม่ทำให้เกิดพิษตกค้างหลงการใช้
12.-มีคุณสมบัติในการทำความสะอาด
13.-ราคาไม่แพง

การทำลายเชื้อในโรงพยาบาลอาจแบ่งตามวัตถุประสงค์ได้เป็น 3 ข้อคือ

การทำลายเชื้อในอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfection of Hospital Equipment)การทำลายเชื้อในสิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาล (Disinfection of Hospital Environment)การทำลายเชื้อที่ผิวหนังและเยื่อบุของร่างกาย (Disinfection of Skin and Mucous Membrane)

การเลือกชนิดและประเภทของน้ำยาทำลายเชื้อ รวมทั้งความเข้มข้นของน้ำยาทำลายเชื้อที่ควรใช้ ควรกำหนดตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เพราะน้ำยาทำลายเชื้อเพียงชนิดเดียว ไม่สามารถใช้ได้กับทุกวัตถุประสงค์ การมีนโยบายการทำลายเชื้อจะช่วยลดจำนวนชนิดของน้ำยาทำลายเชื้อและความเข้มข้นของน้ำยาทำลายเชื้อแต่ละชนิดที่จะใช้

◉ ดูสารบัญ เรียงตามหมวดหมู่กลุ่มเนื้อหา

กาวน์ห้องผ่าตัด3 ข่าว & อัพเดท CSSD5 ความปลอดภัยใน CSSD2 คุณภาพน้ำ(Water quality)19 คู่มือการ Reprocessing MDVs2 เครื่องฆ่าเชื้อ Sterilizers14 ตัวชี้วัดคุณภาพการทำให้ปราศจากเชื้อ10 ตู้เป่าแห้งอุปกรณ์การแพทย์1 นวัตกรรม ผลงานทางวิชาการ4 นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ1 น้ำในกระบวนการฆ่าเชื้อ6 น้ำยาทำลายเชื้อ Disinfectant10 มาตรฐานการทำลายเชื้อการทำให้ปราศจากเชื้อ 202113 มาตรฐานที่เกี่ยวกับ CSSD8 มาตรฐานระบบอากาศใน CSSD3 มาตรฐานแสงสว่าง1 เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง7 โรงพยาบาลในประเทศไทย3 วัสดุ Lint-free3 สารล้างทำความสะอาด1 หน่วยจ่ายกลาง CSSD7 เอกสาร ข้อมูล1 Bowie-Dick test14 Carbon footprint ใน CSSD13 CSSD คำถามที่พบบ่อย12 Electronic Bowie-Dick11 Enzymatic Detergent3 Inside CSSD13 ISO 111401 Non-Woven3 Question & Answer13 Reuse of Single Use Devices5 Rigid container for medical devices6 Wet Pack13
แสดงเพิ่มเติม