การทำให้ปราศจากเชื้อด้วยการอบแก๊ส Ethylene Oxide (Eto)

แก๊ส EO ใช้ในการทำให้อุปกรณ์ปราศจากเชื้อ หรือเครื่องมือที่ทนความร้อนและความชื้นไม่ได้, EO เป็นสารเคมีที่สามารถทำลายเชื้อจุลชีพ และสปอร์ของเชื้อแบคทีเรีย

คุณสมบัติของแก๊ส EO

แก๊ส EO มีพิษ ไม่มีสี ที่ความเข้มข้นต่ำจะไม่มีกลิ่น แต่ที่ความเข้มข้นสูงกว่า 700 ppm. จะมีกลิ่นคล้ายอีเธอร์  หากมีความเข้มข้นสูงกว่า 3% อาจเกิดการระเบิดได้ EO สามารถทำลายเชื้อจุลชีพทุกชนิดรวมทั้งสปอร์ของเชื้อ Bacillus subtilis ซึ่งมีความคงทนมากกว่าเชื้ออื่นๆ ในการประเมินประสิทธิภาพการทำให้ปราศจากเชื้อด้วย EO จึงใช้เชื้อ B.subtilis เป็นตัวบ่งชี้ แก๊ส EO ไม่กัดกร่อนและไม่ทำให้พลาสติกหรือยางเสื่อมคุณภาพ แก๊สนี้สามารถแทรกซึมเข้าสู่ห่ออุปกรณ์และแพร่กระจายไปสัมผัสอุปกรณ์ได้รวดเร็ว

EtO Sterilizer

EtO Sterilizer

EtO Sterilizer

ระบบเครื่องอบแก๊ส EO

เครื่องอบแก๊ส EO แบ่งออกตามลักษณะของแก๊ส EO ที่ใช้ได้เป็น 2 ระบบคือ

-ระบบแก๊ส EO บริสุทธิ์ (100% EO) ใช้แก๊ส EO ที่บรรจุอยู่ในหลอดขนาดเล็ก สามารถควบคุมความเข้มข้นของแก๊สให้คงที่ได้ ระบบนี้จะเป็นระบบที่ใช้ความดันต่ำกว่าความดันบรรยากาศ

-ระบบแก๊ส EO ผสมกับแก๊สเฉื่อยอื่นๆ เช่น ผสมกับฟรีออน (CFC) หรือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งโดยทั่วไปจะบรรจุในถังขนาดใหญ่ 25 – 30 กิโลกรัม ระบบนี้มีจุดอ่อนคือ ระดับความเข้มข้นของแก๊ส EO อาจไม่แน่นอนหรือไม่เพียงพอ ทั้งนี้เนื่องจากความหนาแน่นของแก๊สเฉื่อยที่ผสมในถังบรรจุอาจไม่สม่ำเสมอ และระบบนี้เครื่องจะทำงานที่ความดันสูงกว่าความดันบรรยากาศ

ระบบแก๊ส EO บริสุทธิ์ (100% EO) 
ระบบแก๊ส EO ผสมกับแก๊สเฉื่อยอื่นๆ 


ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำให้ปราศจากเชื้อด้วยแก๊ส EO

อุณหภูมิ (Temperature)

  • อุณหภูมิสูงขึ้นจะช่วยให้การแทรกซึมของแก๊ส EO ดีขึ้น และช่วยลดระยะเวลาที่อุปกรณ์ต้องสัมผัสกับแก๊ส EO ลง การทำงานของแก๊ส EO จะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.74 เท่า หากอุณหภูมิเพิ่มขึ้นทุก 10 องศาเซลเซียส 
  • การทำให้ปราศจากเชื้อด้วยแก๊ส EO อุณหภูมิที่ใช้จะอยู่ระหว่าง 49 – 60 องศาเซลเซียส

ความเข้มข้นของแก๊ส EO

ความเข้มข้นต่ำที่สุดของแก๊ส EO ที่นิยมใช้ในการทำให้ปราศจากเชื้อคือ 450 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งจะใช้เวลาในการทำให้ปราศจากเชื้อไม่นานเกินไป  การใช้แก๊สที่มีความเข้มข้นสูงถึง 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร จะช่วยให้ระยะเวลาที่ใช้ในการสัมผัสแก๊สลดลงครึ่งหนึ่ง แต่การใช้ความเข้มข้นสูงกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร ไม่มีผลต่อระยะเวลาที่ใช้ในการทำให้อุปกรณ์ปราศจากเชื้อ  อย่างไรก็ตาม เครื่องอบแก๊ส EO ที่ใช้ในโรงพยาบาลทั่วไปจะใช้ความเข้มข้นของแก๊ส EO ระหว่าง 700 – 1,200 มิลลิกรัมต่อลิตร เพื่อให้แก๊สสามารถแทรกซึมผ่านวัสดุที่ใช้ห่ออุปกรณ์ได้สะดวก

ความชื้น (Humidity) 

ความชื้นจะช่วยเร่งปฏิกิริยาระหว่าง EO กับโปรตีนของเชื้อแบคทีเรีย โดยปกติจะใช้ความชื้นสัมพัทธ์ระหว่าง 30 – 60% โดยการพ่นน้ำเข้าไปในช่องอบ  เมื่อองค์ประกอบทั้งสามเป็นไปตามที่กำหนดจะต้องใช้ระยะเวลาในการทำให้ปราศจากเชื้อนานระหว่าง 1 ½ - 6 ชั่วโมง ตัวอย่างเช่น ที่ระดับความชื้นสัมพัทธ์ 30 – 50% ที่อุณหภูมิ 50 – 60 องศาเซลเซียส จะต้องใช้เวลาในการทำให้ปราศจากเชื้อนาน 4 ชั่วโมง ระดับความชื้นสัมพัทธ์ที่ใช้ในการทำให้ปราศจากเชื้อด้วยแก๊ส EO ที่ใช้ในโรงพยาบาลและโรงงานอุตสาหกรรรม อยู่ระหว่าง 50 – 90% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะและขนาดของอุปกรณ์ที่ต้องการทำให้ปราศจากเชื้อ  หากเครื่องอบแก๊ส EO ใช้อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส ควรใช้ความชื้นสัมพัทธ์ 70%

เวลา (Time) 

ระยะเวลาที่ใช้ในการทำให้อุปกรณ์ปราศจากเชื้อโดยใช้แก๊ส EO ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิภายในช่องอบด้วย หากใช้อุณหภูมิต่ำจะต้องใช้ระยะเวลาในการที่แก๊สสัมผัสกับอุปกรณ์นานขึ้นกว่าการใช้อุณหภูมิสูง

ข้อดีของ EO

  • สามารถใช้ทำให้อุปกรณ์ที่ไม่สามารถทนความร้อน เช่น พลาสติก ที่มีจุดหลอมละลายต่ำ ปราศจากเชื้อEO เป็นวิธีการทำให้ปราศจากเชื้อที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่อาจถูกกัดกร่อนโดยไอน้ำและความชื้น
  • EO สามารถแทรกซึมผ่านวัสดุที่มีลักษณะเนื้อวัสดุเป็นรูพรุนได้ทุกชนิด (all porous materials) แต่ EO ไม่สามารถแทรกซึมผ่านโลหะ แก้ว และสารหล่อลื่นที่ทำจาก petroleum ได้ จะสามารถแทรกซึมผ่านน้ำมัน ของเหลว หรือแป้งได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณของสารเหล่านี้ที่บรรจุในภาชนะ หากมีการให้สารเหล่านี้เป็นชั้นบางๆ EO จะสามารถแทรกซึมผ่านได้
  • เครื่องอบแก๊ส EO ใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติ จึงช่วยลดความผิดพลาดจากผู้ปฏิบัติได้

ข้อเสียของ EO

  • การทำให้ปราศจากเชื้อโดยใช้ EO มีกระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้ต้องมีการควบคุมกำกับการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด
  • การทำให้ปราศจากเชื้อโดยใช้ EO เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนานกว่าการทำให้ปราศจากเชื้อโดยการใช้ไอน้ำ
  • เครื่องอบแก๊ส EO จะต้องออกแบบอย่างเหมาะสมเป็นพิเศษ จึงมักมีราคาแพง และแก๊ส EO เองก็มีราคาแพง
  • อุปกรณ์ที่ดูดซึมแก๊ส EO ขณะอยู่ในกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อ เช่น อุปกรณ์ที่ทำจากยาง polyethylene หรือ silicone จะต้องผ่านการระบายอากาศก่อนนำไปใช้กับผู้ป่วย
  • การนำอุปกรณ์ไปทำให้ปราศจากเชื้อโดยใช้ EO หลายๆ ครั้งหากไม่ผ่านการระบายอากาศด้วยวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม อาจทำให้เกิดการสะสมของ EO ทำให้ความเข้มข้นของ EO ในอุปกรณ์ที่ทำจากวัสดุที่มีรูพรุนสูงขึ้น
  • EO มีอันตรายต่อผิวหนังและเยื่อบุของร่างกาย การหายใจแก๊ส EO เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ 
  • การสัมผัส EO มากเกินกว่ามาตรฐาน เป็นเวลานานทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เพราะ EO เป็นสารก่อมะเร็ง อาจทำให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือด เป็นสารที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ gene อาจทำให้เกิดการแท้ง เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม เนื่องจากการทำลายโครโมโซมและความผิดปกติของระบบประสาท

อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ที่สามารถทำให้ปราศจากเชื้อด้วยการอบแก๊ส EO

ประเภทของอุปกรณ์
ตัวอย่างอุปกรณ์
Anesthetic and respiratory therapy equipment
  • Airways
  • Endotracheal tubes
  • Masks (other rubber items)
  • Tourniquets
Cardiac equipment
  • Cardiac catheters
  • Heart-lung apparatus
  • Transducers
Devices and materials for implantation
  • Breast implants
  • Cardiac pacemakers and leads
  • Cardiac valves
  • Orthopedic prostheses
Diathermy equipment
  • Tissue implants
  • Cautery pencils
  • Cautery tips
  • Electrical leads
Endoscopic instruments
  • Arthroscopes
  • Cystoscopes
  • Laparoscopes
  • Resectoscopes

ประเภทของอุปกรณ์
ตัวอย่างอุปกรณ์
Medical and dental equipment
  • Centrifuge bowls (for blood cell separation)
  • Cryoprobes
  • Dental handpieces
  • Dermatomes (some types)
  • Drills (battery powered)
  • Electronic equipment
  • Mechanical ventilators
  • Microsurgical accessories
  • Nebulizers
  • Oxygen tents
  • Plastic bath linings
  • Urological stone extractors
ที่มา Garner, J.F., & Peel, M.M. (1991). Introduction to Sterilization,Disinfection and Infection Control. (2nd ed.). Melbourne: Churchill Livingstone. Page 99. 

การเตรียมอุปกรณ์เพื่อนำไปทำให้ปราศจากเชื้อด้วยแก๊ส EO

การทำความสะอาดอุปกรณ์ ควรล้างอุปกรณ์หรือเครื่องมือให้สะอาด เช็ดอุปกรณ์หรือเครื่องมือให้แห้งสนิท อุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นท่อ มีรูกลวง ควรเป่าให้ภายในท่อแห้ง ก่อนที่จะห่ออุปกรณ์เพราะน้ำเมื่อรวมกับ EO จะทำให้เกิดกรด Ethylene glycol

การห่ออุปกรณ์ วัสดุที่ใช้ห่ออุปกรณ์เพื่อนำไปทำให้ปราศจากเชื้อด้วยแก๊ส EO ได้แก่

กระดาษ (Paper)

  • Two-way crepe paper EO และความชื้นสามารถแทรกซึมผ่านเข้าได้ แต่กระดาษประเภทนี้จะไม่มีความยืดหยุ่น จึงอาจจะทำให้อุปกรณ์เกิดการปนเปื้อนขณะนำอุปกรณ์ออกมาจากท่อ
  • Kraft-type paper EO และความชื้นสามารถแทรกซึมผ่านเข้าได้
  • เทอร์โมพลาสติก อาจมีลักษณะใสหรือขุ่นก็ได้ ความหนาของฟิล์มอยุ่ในระหว่าง 2 – 4 mil (1 mil = 1/1000 นิ้ว) และต้องสามารถปิดผนึกได้โดยใช้ความร้อน
  • พลาสติก-กระดาษ เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปเนื่องจากสามารถนำไปอบไอน้ำและแก๊ส EO ได้ ความหนาของฟิล์มพลาสติกอยู่ในช่วง 2 – 4 mil และพลาสติกต้องสามารถปิดผนึกร่วมกับกระดาษได้

Spun-bonded polyolefin 

ชื่อทางการค้าคือ Tyvek® โดยทั่วไปจะใช้ ในอุตสาหกรรมการบรรจุเครื่องมือแพทย์ ด้านหนึ่งจะทำจาก polyolefin ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นพลาสติก ข้อดีของวัสดุนี้คือ มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถป้องกันความชื้นได้ดี ข้อเสียคือ ใช้ได้สำหรับการอบด้วยแก๊ส EO เท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้ในการอบไอน้ำได้


Eto pouches

วัสดุสังเคราะห์ (Nonwoven) 

ทำจากโพลีโพรพีลิน เซลลูโลส โพลิเอสเทอร์ หรือเซลลูโลสไฟเบอร์ วัสดุดังกล่าวจะมีความยืดหยุ่นดี สามารถนำอุปกรณ์ออกจากห่อมาใช้ได้โดยไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อน

สิ่งทอ (Textiles)  

ทำจากเส้นใยธรรมชาติ ลินิน โพลิเอสเทอร์คอตต้อน โดยทั่วไปสิ่งทอจะดูดซึมเอาความชื้นไว้ในปริมาณมาก ดังนั้นต้องระวังว่าภายในเครื่องอบจะต้องมีการออกแบบเพื่อชดเชยความชื้นที่ถูกดูดซับโดยสิ่งทอดังกล่าวต้องมีการตรวจสอบผ้าก่อนที่จะนำมาใช้ใหม่ทุกครั้งว่ามีรูหรือการฉีกขาดหรือไม่

วัสดุที่ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการห่ออุปกรณ์ที่จะนำเข้าอบแก๊ส EO

  • อลูมิเนียมฟอยล์ เนื่องจาก EO ไม่สามารถแทรกซึมผ่านได้
  • เซลโลเฟน (Cellophane) เนื่องจาก EO แทรกซึมผ่านเข้าออกได้ช้า
  • ไนลอน เนื่องจาก EO ซึมผ่านเข้าไปได้ช้า
  • โพลีเอสเทอร์ (Mylar) เนื่องงจากการซึมผ่านของ EO เป็นไปได้ช้า
  • โพลิไวนิลลีดีน คลอไรด์ เนื่องจาก EO ซึมผ่านเข้าออกได้ช้า
  • ภาชนะแก้วหรือโลหะที่มีการปิดฝาสนิท EO ไม่สามารถแทรกซึมผ่านได้ 
  • พลาสติกที่มีความหนาเกินไป การซึมผ่านของ EO เป็นไปได้ช้า 

การนำห่ออุปกรณ์เข้าเครื่องอบแก๊ส EO

การจัดเรียงห่ออุปกรณ์เข้าเครื่องอบแก๊ส EO ทำเช่นเดียวกับการนำห่ออุปกรณ์เข้าเครื่องนึ่งไอน้ำ จะต้องให้มีช่องว่างระหว่างห่ออุปกรณ์ และมีช่องว่างระหว่างห่ออุปกรณ์กับผนังช่องอบทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อให้การไหลเวียนและการแทรกซึมของแก๊สเป็นไปได้ดีและทั่วถึง ไม่ควรบรรจุห่ออุปกรณ์ในช่องอบแก๊สมากเกินไปเพราะจะทำให้แก๊ส ความชื้น และความร้อนแทรกซึมไม่ดี ทำให้กระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อไม่มีประสิทธิภาพ หากบรรจุอุปกรณ์ในซองที่ด้านหนึ่งเป็นพลาสติกอีกด้านหนึ่งเป็นกระดาษ จะต้องจัดเรียงให้ด้านที่เป็นพลาสติกติดกับกระดาษและจัดวางห่ออุปกรณ์ในลักษณะตะแคง

การจัดเรียงห่ออุปกรณ์เข้าเครื่องอบแก๊ส EO

การระบายอากาศ  (AERATION)

ห่ออุปกรณ์ทุกชนิดหลังผ่านกระบวนการอบด้วยแก๊ส EO จะยังมีแก๊ส EO ที่ดูดซึมเอาไว้ในปริมาณที่แตกต่างกันไปขึ้นอยุ่กับชนิดของวัสดุ ดังนั้นห่ออุปกรณ์ที่ผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อโดยใช้ EO จะต้องทิ้งไว้เพื่อให้แก๊ส EO ถูกระบายออกจากห่ออุปกรณ์จนหมดก่อน

อุปกรณ์ที่ทำจาก Polyvinyl chloride (PVC) ต้องใช้เวลาในการระบายอากาศนานที่สุด ส่วนพลาสติกอื่นๆ เช่น Polyethylene และ polypropylene จะใช้เวลาสั้นกว่า PVC   หากไม่แน่ใจว่าอุปกรณ์ประกอบด้วยสารชนิดใดบ้าง ควรใช้เวลาในการระบายอากาศนานเท่ากับที่ใช้กับ PVC

การระบายอากาศเพื่อขจัดแก๊ส EO ออกจากห่ออุปกรณ์ ไม่ควรนำห่ออุปกรณ์วางบนชั้นเปิดเพื่อให้ระบายอากาศในห้อง เพราะต้องใช้เวลานานถึง 7 วันหรือนานกว่าในการขจัดแก๊ส EO ออกให้หมด และผลที่ได้ไม่แน่นอน และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้

เครื่องระบายอากาศ (Mechanical aerator) จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ควบคู่ไปกับเครื่องอบแก๊ส EO โดยทั่วไปเครื่องระบายอากาศจะใช้อุณหภูมิระหว่าง 50 – 60 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับความทนต่อความร้อนของเครื่องมือ  อากาศที่ถูกดูดเข้าสู่เครื่องระบายอากาศจะต้องผ่านเครื่องกรองเชื้อแบคทีเรียซึ่งมีประสิทธิภาพในการกรองสูง 99.97% ระบบการทำความร้อนควรเป็นระบบที่ตัดไฟได้โดยอัตโนมัติ เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเกิดกว่า 5 องศาเซลเซียส 

ระยะเวลาที่ใช้ในการระบายอากาศขึ้นอยู่กับสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ส่วนประกอบ ความหนา ลักษณะ และน้ำหนักของเครื่องมือและวัสดุที่ใช้ห่ออุปกรณ์
  • ความเข้มข้นของแก๊ส EO อุณหภูมิและเวลาที่ใช้ในกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อ
  • อุณหภูมิและอัตราการไหลเวียนของอากาศ รวมทั้งลักษณะการไหลเวียนของอากาศภายในเครื่องระบายอากาศ
  • ขนาดและการจัดเรียงห่ออุปกรณ์เข้าเครื่องระบายอากาศ และปริมาณของวัสดุที่มีการดูดซับแก๊ส EO สูง ที่นำเข้าเครื่องระบายอากาศ
  • ลักษณะการใช้อุปกรณ์ เช่น เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ภายนอก (External) หรือต้องใส่ไว้ภายในร่างกายผู้ป่วย (Implant) 
  • ห่ออุปกรณ์ทุกห่อ ควรทิ้งไว้ในเครื่องระบายอากาศเป็นเวลานานอย่างน้อย 8 ชั่วโมงที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ถึง 12 ชั่วโมงที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส  ระยะเวลาในการระบายแก๊สขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ และข้อกำหนดของบริษัทผู้ผลิต หากเครื่องอบแก๊สมีทั้งระบบอบแก๊สและระบบระบายอากาศ 

ระยะเวลาระบายอากาศจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและการไหลเวียนอากาศ เช่น ที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 8 – 12 ชั่วโมง  ที่อุณหภูมิ 37 – 38 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 32 – 36 ชั่วโมง 

Material
Ambient room air
(18 – 22 OC)
Mechanical 50 OC
Aerator 60 OC
Metal and glass
Unwrapped
Wrapped

May be used immediately    2 hr.

2 hr.

2 hr.
Rubber for external use (not sealed in plastic)
24 hr.
8 hr.
5 hr.
Polyethylene and polypropylene for external use (not sealed in plastic)
48 hr.
12 hr.
8 hr.
Plastics except polyvinyl chloride items  (not sealed in plastic)
96 hr. (4 days)
12 hr.
8 hr.
Polyvinyl chloride
168 hr. (7 days)
12hr.
8 hr.
Plastic and rubber items                      (sealed in plastic and /or will come in contact with body tissues)
168 hr. (7 days)
12 hr.
8 hr.
Internal pacemaker
504 hr. (21 days)
32 hr.
24 hr.
ที่มา Atkinson, L.J. & Fortunato, N.H. (1996). Berry & Kohn’s Operating Room Technique. St. Louis : Mosby.  Page 229. 

การประเมินประสิทธิภาพของการทำให้ปราศจากเชื้อด้วยแก๊ส EO

การประเมินด้วยตัวบ่งชี้ทางกลไก  เพื่อค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดจากการทำงานของเครื่องอบแก๊สให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที การประเมินด้วยตัวบ่งชี้ทางกลไกสามารถประเมินได้จากมาตรวัดต่างๆ รวมทั้งรายละเอียดการทำงานที่พิมพ์จากเครื่อง

การประเมินด้วยตัวบ่งชี้ทางเคมี  ใช้ประเมินความผิดปกติหรือปัญหาที่เกิดจากการห่ออุปกรณ์และการนำห่ออุปกรณ์เข้าเครื่องไม่ถูกต้อง และความผิดปกติจากการทำงานของเครื่อง  ตัวบ่งชี้ทางเคมีที่ใช้สำหรับเครื่องอบแก๊ส EO มีทั้งที่เป็นตัวบ่งชี้ทางเคมีภายในและภายนอก

การประเมินด้วยตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ  ตัวบ่งชี้ทางกายภาพที่ใช้สำหรับเครื่องอบแก๊ส EO โดยการบรรจุสปอร์ของเชื้อ Bacillus subtilis var niger การทดสอบด้วยตัวบ่งชี้ทางชีวภาพควรดำเนินการทุกครั้งที่มีการทำให้อุปกรณ์ปราศจากเชื้อหากสามารถทำได้ หากไม่สามารถทดสอบได้ทุกครั้งที่ทำให้อุปกรณ์ปราศจากเชื้อได้ อย่างน้อยควรทดสอบด้วยตัวบ่งชี้ทางชีวภาพสัปดาห์ละครั้ง   ในการทำให้อุปกรณ์ประเภทอวัยวะเทียมปราศจากเชื้อควรทดสอบด้วยตัวบ่งชี้ทางชีวภาพทุกครั้งและควรรอจนทราบผลการทดสอบก่อนจะนำอุปกรณ์ไปใช้กับผู้ป่วย

การใช้เครื่องอบแก๊ส EO อย่างปลอดภัย

  • ติดตั้งและตรวจสอบซ่อมบำรุงเครื่องอบแก๊สและระบบระบายอากาศอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
  • ควรเลือกเครื่องที่สามารถอบและระบายแก๊สได้ภายในเครื่องเดียวกัน 
  • ควรเลือกเครื่องที่มีระบบสัญญาณเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติเกิดขึ้นภายในตัวเครื่อง
  • ตรวจสอบเลือกระดับการสัมผัสแก๊ส EO อย่างสม่ำเสมอ
  • เลือกใช้เครื่องอบแก๊สที่มีการออกแบบระบบความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานและได้มาตรฐาน
  • ติดตั้งระบบดูดอากาศและแก๊สบริเวณหน้าประตูเครื่อง
  • ใช้ตะแกรงหรือรถเข็นที่ทำจากโลหะในการใส่ของเพื่อนำเข้าอบ
  • อบรมและให้ความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานในการใช้แก๊ส EO อย่างปลอดภัยและถูกต้อง
EtO gas monitoring

แนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยในการใช้แก๊ส EO (GUIDELINES FOR THE SAFE USE OF EO)

แนวทางปฏิบัตินี้เป็นเพียงแนวทางทั่วไปที่ควรปฏิบัติเมื่อใช้แก๊ส EO ผู้ปฏิบัติงานจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้ของบริษัทผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด

  • เมื่อมีอาการหรืออาการแสดงจากการสัมผัส EO ให้รีบรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที
  • ผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้องกับการใช้ EO จะต้องรู้วิธีใช้ การเก็บรักษา การดูแลแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา  บริเวณหน่วยงานควรมีการจัดเตรียมเครื่องดับเพลิง และอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจไว้ให้พร้อมในกรณีฉุกเฉิน
  • หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อโดยใช้แก๊ส EO ผู้ปฏิบัติงานควรเปิดประตูเครื่องอบออกให้กว้างประมาณ 6 นิ้วฟุต  หรือตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต และออกจากบริเวณนั้นทันทีเป็นเวลานานอย่างน้อย 15 นาที
  • หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อแล้ว ไม่ควรปล่อยให้ห่ออุปกรณ์อยู่ภายในช่องอบแก๊สที่ปิดมิดชิด 
  • นำห่ออุปกรณ์ที่ปราศจากเชื้อไปเข้าเครื่องระบายอากาศเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยพยายามหยิบจับห่ออุปกรณ์ให้น้อยที่สุด  ไม่ทิ้งห่ออุปกรณ์ไว้นอกเครื่องระบายอากาศ
  • การระบายอากาศควรทำในเครื่องระบายอากาศเท่านั้น ไม่ควรทำในห้อง เว้นเสียแต่ว่าห้องนั้นออกแบบมาเพื่อการระบายอากาศโดยเฉพาะ
  • ผู้ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนถังบรรจุแก๊ส EO จะต้องสวมถุงมือและเครื่องป้องกันใบหน้า (Face Shield)  การเคลื่อนย้ายถังบรรจุแก๊ส EO จะต้องทำด้วยความระมัดระวัง
  • ไม่ควรเก็บถังบรรจุแก๊ส EO ไว้จำนวนมาก ควรมีใช้เท่าที่จำเป็น เนื่องจาก 100% EO ระเบิดได้
  • ควรมีการดูแลบำรุงรักษาเครื่องอบแก๊ส เครื่องระบายอากาศ และระบบถ่ายเทอากาศให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
  • มีการประเมินระดับการปนเปื้อนของ EO ในสิ่งแวดล้อมเป็นระยะๆ 

◉ ดูสารบัญ เรียงตามหมวดหมู่กลุ่มเนื้อหา

กาวน์ห้องผ่าตัด3 ข่าว & อัพเดท CSSD5 ความปลอดภัยใน CSSD2 คุณภาพน้ำ(Water quality)19 คู่มือการ Reprocessing MDVs1 เครื่องฆ่าเชื้อ Sterilizers14 ตัวชี้วัดคุณภาพการทำให้ปราศจากเชื้อ10 ตู้เป่าแห้งอุปกรณ์การแพทย์1 นวัตกรรม ผลงานทางวิชาการ4 นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ1 น้ำในกระบวนการฆ่าเชื้อ6 น้ำยาทำลายเชื้อ Disinfectant10 มาตรฐานการทำลายเชื้อการทำให้ปราศจากเชื้อ 202113 มาตรฐานที่เกี่ยวกับ CSSD8 มาตรฐานระบบอากาศใน CSSD3 มาตรฐานแสงสว่าง1 เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง7 โรงพยาบาลในประเทศไทย3 วัสดุ Lint-free3 สารล้างทำความสะอาด1 หน่วยจ่ายกลาง CSSD7 เอกสาร ข้อมูล1 Bowie-Dick test14 Carbon footprint ใน CSSD13 CSSD คำถามที่พบบ่อย12 Electronic Bowie-Dick11 Enzymatic Detergent3 Inside CSSD13 ISO 111401 Non-Woven3 Question & Answer13 Reuse of Single Use Devices5 Rigid container for medical devices6 Wet Pack13
แสดงเพิ่มเติม